ประโยชน์ของการพัฒนาสเต็มเซลล์จากไขข้อกระดูกให้เปลี่ยนเป็นเซลล์ประสาท

Stem cell

ปัจจุบันเทคโนโลยีในทุกๆ ด้านมีความเจริญก้าวหน้าเป็นอย่างมาก แต่ในขณะเดียวกันเจ้าโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ก็พัฒนาสายพันธุ์และความรุนแรงเช่นกัน ดังนั้น มนุษย์จึงมีการพัฒนาความรู้ทางด้านต่างๆ อยู่เสมอเพื่อสรรหาวิธีที่เราจะชนะโรคร้ายเหล่านี้ได้

สเต็มเซลล์ เป็นอีกเทคนิคหนึ่งที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบจากห้องทดลอง ที่ช่วยฟื้นฟูร่างกาย ชะลอความแก่ และบรรเทาความเจ็บป่วยได้จากคุณสมบัติของตัวมันเอง ดังนั้นจึงมีการพยายามคิดค้นให้สเต็มเซลล์นี้ช่วยในการรักษาโรคได้กว้างขึ้น จึงพยายามคิดค้นแหล่งกำเนิดสเต็มเซลล์ที่ดีที่สุดและพบว่า มาจากเม็ดเลือดที่อยู่ในไขกระดูก แต่ก็มีข้อจำกัดที่ว่าเซลล์จากไขกระดูกนี้ไม่สามารถเปลี่ยนไปให้เป็นเซลล์ประสาทได้ จากนั้นจึงมีการคิดค้นพัฒนามาเรื่อยจนพบวิธีการเปลี่ยนให้เซลล์เม็ดเลือดในไขกระดูกนี้เป็นเซลล์ประสาทได้สำเร็จ และจากการทดลองก็พบว่าสามารถช่วยบรรเทาโรคได้หลายอย่าง เช่น เซลล์ต้นกำเนิดสามารถช่วยให้ตับสร้างอินซูลินได้ สามารถเปลี่ยนเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจได้ เป็นต้น  การเปลี่ยนเซลล์ต้นกำเนิดให้เป็นเซลล์อีกชนิดหนึ่งได้ ทางวิทยาศาสตร์เรียกว่า พลาสติกซิตี้

เปลี่ยนสเต็มเซลล์จากไขข้อกระดูกให้เปลี่ยนเป็นเซลล์ประสาทได้อย่างไร

จากการศึกษาค้นคว้าวิเคราะห์วิจัยของนักวิทยาศาสตร์ทำให้พบว่า มีสองปัจจัยหลักที่สามารถเปลี่ยนสเต็มเซลล์ให้เป็นเซลล์เฉพาะได้คือ ปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก ปัจจัยภายในก็ได้แก่ยีนที่เป็นส่วนประกอบภายในเซลล์ ปัจจัยภายนอกนั้นได้แก่สารเคมีที่ได้รับจากเซลล์อื่น ๆ โมเลกุลโดยรอบ ลักษณะทางกายภาพของแต่ละสเต็มเซล์ สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยต่อการเปลี่ยนของของสเต็มเซลล์ทั้งสิ้น โดยกระบวนในลักษณะนี้ที่สเต็มเซลล์มีการเปลี่ยนไปทำหน้าที่เฉพาะเจาะจงนี้ ทางวิทยาศาสตร์เรียกว่า ดิฟเฟอเร้นทิเอชั่น ซึ่งจากการวิจัยและพัฒนาในครั้งนี้เรียกได้ว่าเพิ่มศักยภาพในการรักษาให้กับทุกโรคเป็นอย่างมาก เพราะสามารถปลูกถ่ายตัวอ่อนจากไขข้อกระดูกให้พัฒนาไปเป็นเนื้อเยื่อต่าง ๆ ที่ผิดปกติได้แทบทุกชนิดเลยทีเดียว ปัจจุบันจึงมีการปรับปรุงพัฒนาไปสู่การรักษาโรคต่างๆ ให้ครอบคลุมมากขึ้น นอกจากจะเปลี่ยนเซลล์ไขข้อกระดูกให้เป็นเซลล์ประสาทได้แล้ว ก็ยังสามารถพัฒนาให้เป็นเซลล์หลอดเลือดที่มีคุณประโยชน์สำคัญในการรักษาโรคมากมายหลายชนิด เช่น โรคหลอดเลือดอุดตัน เดิมทีอาจต้องตัดขา แต่หากฉีดเซลล์อ่อนที่พัฒนาขึ้นนี้เข้าไปเซลล์อ่อนก็จะเติบโตเป็นหลอดเลือด ผู้ป่วยก็ไม่ต้องตัดขา เป็นต้น นอกจากเซลล์ประสาทกับเซลล์หลอดเลือดแล้วยังสามารถพัฒนาเป็นเซลล์อื่นได้อีกทั้งไขมัน ผิวหนัง กล้ามเนื้อ ซึ่งยังมีการพัฒนาวิจัยอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มศักยภาพการรักษาโรคให้กับมวลมนุษย์