หลักการรักษาด้วยรังสี (Chulacancer) การรักษารูปแบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูง

Chulacancer

การรักษาด้วยรังสี เป็นการรักษาโรคมะเร็ง หรือรอยโรคที่ไม่ใช่โรคมะเร็ง จากการใช้คลื่นพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ อนุภาคที่เป็นรังสี โดยอาศัยความสามารถที่แตกต่างกันไปของรังสีแต่ละชนิดในการทำลายเซลล์

วิธีการรักษาด้วยรังสีแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

  • การใช้รังสีรักษาในระยะไกล เป็นการรักษาซึ่งใช้ต้นกำเนิดรังสีให้ห่างจากบริเวณที่จะรักษา
  • การใช้รังสีรักษาในระยะใกล้ เป็นการรักษาซึ่งมีต้นกำเนิดรังสีชิดกับบริเวณที่จะรักษา

เทคนิคการรักษาด้วยการฉายรังสีแบ่งอกเป็น 5 วิธีด้วยกัน

การฉายรังสีแบบ 2 มิติ  วิธีนี้ใช้การกำหนดขอบเขตจากกายวิภาคซึ่งเห็นจากภาพ X – Ray หรือจากการตรวจร่างกายทั่วไป เช่น ใช้ตำแหน่งของกระดูกเป็นตัวกำหนดขอบเขต โดยการใช้เครื่อง Simulator ถ่ายภาพ X-Ray แล้วหาเส้นขอบเขตในการรักษา เป็นต้น โดยรังสีแบบ 2 มิตินี้จะเป็นรูปสี่เหลี่ยมหรือวงกลม ทำให้มีข้อจำกัดในการกำหนดทิศทาง เนื่องจากเนื้อเยื่อส่วนอื่นจะโดนฉายไปด้วย

การฉายรังสีแบบ 3 มิติ ใช้การกำหนดขอบเขตจากภาพ X – Ray ในคอมพิวเตอร์ จากการกำหนดรูปร่างของลำรังสีให้มีทิศทางอย่างเหมาะสมกับรอยโรค จากการสร้างระบบภาพ 3 มิติ จึงทำให้การวางแผนมีความแม่นยำมากขึ้น สามารถฉายรังสีเฉพาะบริเวณรอยโรคได้ อีกทั้งยังเห็นการกระจายรังสีภายในตัวผู้ป่วยได้อีกด้วย ช่วยลดผลข้างเคียงจากการฉายรังสีได้เป็นอย่างดี

การฉายรังสีแบบปรับความเข้ม  วิธีนี้การกระจายของรังสีจะมีรูปร่างคล้ายรอยโรคมากขึ้น โดยพึ่งพาการปรับความเข้มตามขนาดของก้อนมะเร็งนั้นๆ การกำหนดความเข้มจะถูกคำนวณจากคอมพิวเตอร์ และ วางแผนการรักษาด้วยวิธีการ Inverse Planning เพราะฉะนั้นการกระจายรังสีก็จะครอบคลุมเฉพาะก้อนมะเร็งเท่านั้น วิธีนี้จึงช่วยเพิ่มปริมาณรังสีให้แก่รอยโรคได้สูงขึ้น รวมทั้งกำหนดรูปร่างของก้อนเนื้อได้อีกด้วย

การฉายรังสีแบบหมุนรอบตัว วิธีนี้สามารถกำหนดทิศทางของการฉายรังสี อีกทั้งรังสียังสามารถเคลื่อนที่ ตามรูปร่างของก้อนมะเร็งได้ด้วย โดยการใช้วิธีคำนวณจากคอมพิวเตอร์ วิธีนี้เหมาะสำหรับก้อนมะเร็งที่มีรูปร่าง กลมและอยู่กลางลำตัว

การฉายรังสีแบบ VMAT ซึ่งเป็นเทคนิคใหม่ล่าสุด โดยได้รับการต่อยอดมาจากการฉายรังสีแบบ IMRT และ Dynamic Arc รังสีในรูปแบบนี้สามารถปรับทั้งความเข้ม และทำให้ลำรังสีเคลื่อนที่หรือหมุนไปพร้อมๆกัน เพราะฉะนั้นจึงมีความยุ่งยากซับซ้อนมาก ส่วนการคำนวณก็ยุ่งยากเช่นเดียวกัน ใช้คอมพิวเตอร์ในการวางแผนการรักษา และช่วยคำนวณปริมาณรังสี วิธีนี้จำเป็นต้องอาศัยผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อคำนวณปริมาณรังสีให้มีความถูกต้องแม่นยำ รวมทั้งช่วยลดปริมาณรังสีที่จะฉายไปยังเนื้อเยื่อปกติรอบๆ ทำให้ผลข้างเคียงจากการฉายรังสีลดลง