อังกฤษเดินก้าวแรกสู่ชัยชนะต่อโรคฮันติงตัน

Huntington disease

แม้ว่ามนุษย์เราจะก้าวหน้าด้านการแพทย์มากเพียงใด แต่โรคร้ายบางอย่างก็เหมือนจะพัฒนาตัวเองตามไปด้วยเพื่อเอาชนะมนุษย์เช่นเดียวกัน หนึ่งในโรคทางประสาทที่อันตรายมากนั่นคือ โรคฮันติงตัน แม้ว่าโรคนี้จะคร่าชีวิตคนไปมากแต่ตอนนี้อังกฤษเตรียมประกาศชัยชนะต่อผู้ป่วยโรคนี้ เมื่อพวกเค้ามียารักษาโรคนี้

โรคฮันติงตันคืออะไร

โรคฮันติงตันเป็นโรคความเสื่อมถอยทางร่างกายรูปแบบหนึ่ง ส่วนใหญ่มักจะแสดงอาการเมื่อผู้ป่วยอายุตั้งแต่ 35 ปีเป็นต้นไป อาการของโรคจะคล้ายกับเสื่อมสมรรถภาพถอยลงไปเรื่อย ตั้งแต่ทักษะทางด้านร่างกาย สติปัญญา และด้านจิตใจ ขั้นต้นร่างกายจะเริ่มช้าลง ตอบสนองไม่ทันกับความคิดตัวเอง บางครั้งมีอาการกระตุกร่วมด้วย หากเป็นหนักขึ้นจะทำให้ผู้ป่วยทรงตัวไม่ได้ สีหน้าผิดปกติ เคี้ยวอาหารไม่ได้ กลืนไม่ได้ พูดไม่ชัดกันเลยทีเดียว

ด้านสติปัญญาการเสื่อมลงจะเริ่มจากไม่เข้าใจเรื่องราวรอบตัว ความทรงจำในอดีตจะจำไม่ได้เลย จนกระทั่งแม้ว่าจะเป็นเรื่องเกิดขึ้นไม่นานก็จำไม่ได้ หนักสุดผู้ป่วยอาจจะเข้าขั้นสมองเสื่อมจำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่ชื่อตัวเอง คล้ายกับอัลไซเมอร์แต่มีความรุนแรงมากกว่า

อาการทางจิตเป็นอีกชนิดหนึ่งของอาการที่แสดงควบคู่กันไป ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการทางจิตในด้านลบออกมาไม่ว่าจะเป็น อาการซึมเศร้า เครียด วิตกกังวล บางรายอาจจะแสดงอารมณ์ก้าวร้าวจนทำให้เกิดอันตรายต่อผู้ดูแล ครอบครัวได้ อีกลักษณะหนึ่งเป็นการติดพฤติกรรมบางอย่าง เช่น ติดเหล้า ติดการพนัน ติดเพศสัมพันธ์ หรือ สนใจย้ำคิดย้ำทำเรื่องบางอย่างจนเลิกไม่ได้ก็มี

ความน่ากลัวของโรคฮันติงตัน

เล่าอาการข้างต้นว่าน่ากลัว แต่ความน่ากลัวของโรคฮันติงตันอยู่ต่อจากนี้ต่างหาก โรคร้ายบางอย่างก็เกิดขึ้นได้จากสภาพแวดล้อม โรคบางอย่างก็เกิดจากกรรมพันธุ์มีส่วนร่วมด้วย โรคฮันติงตันนั้นมันสามารถถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ได้ด้วย เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงโรคนั้นได้เลย แถมโอกาสเป็นก็มากถึง 50%อีกด้วย หมายความว่าหากในรุ่นพ่อแม่มีคนเป็นโรคนี้โอกาสเราจะเป็นมีสูงมาก ลองนึกภาพว่าเราต้องเป็นโรคตามอาการข้างต้นมันก็น่ากลัวอยู่เหมือนกันนะ

การรักษาโรคดังกล่าว

อย่างไรก็ตามแม้ว่าโรคนี้จะมีความน่ากลัวเรื่องอาการและการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น แต่นักวิจัยอังกฤษก็ไม่ยอมแพ้นำโดย ศาสตราจารย์ ซาราห์ ทาบริซี เธอได้คิดค้นวิธีการรักษาด้วยการฉีดยาเข้าไปผสมกับน้ำไขสันหลัง จากนั้นยาจะไปทำปฏิกิริยาบางอย่างเพื่อไม่ให้เกิดการผลิตโปรตีนพิษสาเหตุของโรคนี้ออกมาทำลายสมอง เมื่อสมองไม่โดนทำลายความเสื่อมถอยของร่างกายก็จะไม่เกิด นับว่าเป็นก้าวแรกของการเอาชนะโรคดังกล่าวได้เป็นอย่างดี หวังว่าจะมีการพัฒนาเพื่อกำจัดโรคร้ายนี้ต่อไปในอนาคต